รถรับจ้างขนของ ระบบช่วงล่าง มีอะไร ทำงานอย่างไร

รถรับจ้างขนของ ระบบช่วงล่าง มีอะไร ทำงานอย่างไร รถคุณรองรับน้ำหนักได้ดีแค่ไหน มั่นใจแค่ไหนว่าช่วงล่างรถของคุณเหมาะกับรถยนต์คุณที่สุดแล้ว?? ช่างเค จะมาเคลียร์ทุกประเด็นข้อสงสัย ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับช่วงล่างรถยนต์ให้กระจ่างชัด

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าช่วงล่างรถยนต์มีแบบไหนบ้าง…
ช่วงล่างแบบคานเหล็ก (Torsion beam) และช่วงล่างแบบอิสระ (Double Wishbones) ซึ่งทั้ง 2 คือ ระบบช่วงล่างหรือระบบรองรับเหมือนกัน แต่ลักษณะการออกแบบต่างกัน ทำให้เมื่อใช้งานก็จะมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน

ช่วงล่างรถยนต์มีหน้าที่รองรับน้ำหนักตัวรถ ผู้โดยสาร รวมถึงสิ่งของต่างๆ ที่อยู่บนรถ นอกจากนี้หน้าที่ของช่วงล่างที่ดียังช่วยในการควบคุมการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย และช่วยรักษาระดับความสูงของตัวรถ ที่สำคัญยังส่งผลถึงความสะดวกสบายในการขับขี่หรือการนั่งเพื่อโดยสารไปกับรถคันนั้นๆ ด้วย

ระบบช่วงล่างสำหรับรถยนต์มีการออกแบบให้มีความเหมาะสมกับรถยนต์แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันออกไป การจะเลือกใช้ช่วงล่างแบบไหนขึ้นอยู่กับความต้องการการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งในที่นี้เราจะพูดถึง ช่วงล่างแบบคานเหล็ก(Torsion beam) กับช่วงล่างแบบอิสระ (Double Wishbones) ซึ่งทั้ง 2 คือ ระบบช่วงล่างหรือระบบรองรับเหมือนกัน แต่ลักษณะการออกแบบต่างกัน ก็ทำให้เมื่อใช้งานก็จะมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน

ช่วงล่างแบบคานเหล็ก Torsion beam คานเหล็ก คือ ลักษณะเป็นแบบแกนเหล็กตรงๆ แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้สอยภายในห้องผู้โดยสาร โดยเฉพาะด้านหลังที่ออกแบบให้แกนกลางหักวกไปยังล้อเป็นรูปตัว U คว่ำ ส่วนล้อไปอยู่ตรงปลายตัว U ทั้ง 2 ข้าง ช่วงล่างแบบคานเหล็กเป็นที่นิยมในรถขนาดเล็ก เพราะมันสามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยด้านหลังได้มากขึ้น แถมยังเป็นช่วงล่างที่มีรถคาถูก และสามารถแบ่งโช๊คและสปริงออกจากกัน ซึ่งแกนเหล็กที่ยึดล้อทั้ง 2 ข้างด้วยกัน ทำให้มันเป็นได้แค่ กึ่ง-อิสระ เท่านั้น เนื่องจากการให้ตัวของช่วงล่างได้น้อย แต่ข้อดีคือมีความแข็งแรงทนทาน ไม่จุกจิกและไม่มีอุปกรณ์ที่ต้องมาติดเสริมมากมาย และการทรงตัวก็ทำได้ดีเมื่อมีน้ำหนักบรรทุก ข้อเสียคือไม่ค่อยนุ่มนวลเวลานั่งและขับขี่

ระบบช่วงล่างแบบอิสระ Double Wishbones แค่ชื่อบอกแล้วว่าเป็นกระดูกคู่ โดยช่วงล่างแบบอิสระนี้จะจับดุมล้อ แบบ 2 ก้านคู่ขนานกัน ถือเป็นเทคโนโลยีเก่า แต่ก็เป็นเทคโนโลยีที่รถสปอร์ตส่วนใหญ่ใช้กัน สปริงและโช๊คอัพจะติดตั้งอยู่ระหว่างปีกนกด้านบนและด้านล่าง เพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนในขณะที่ล้อรถตกหลุม สปริงจะดีดล้อลง และในขณะที่ขับรถข้ามสิ่งกีดขวาง สปริงจะพยายามส่งผ่านแรงสะเทือนไปที่โครงรถอย่างนุ่มนวล ระบบช่วงล่างอิสระถูกดัดแปลงใช้กับรถยนต์แต่ละรุ่นแตกต่างกันไป บางรุ่นออกแบบระบบปีกนกเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่มากขึ้น แต่บางรุ่นก็ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทรงตัวของรถขณะขับขี่หรือเข้าโค้ง การออกแบบของแต่ละรุ่นจะส่งผลให้มีการผลิตชิ้นส่วนของแขนปีกนกบนปีกนกล่าง ซึ่งรูปร่างก็แตกต่างกันไป โดยรถสปอร์ตส่วนใหญ่เลือกใช้กระดูกคู่ แต่ก็มีรถสปอร์ตหลายรุ่นใช้มัลติลิ้งค์ ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก (ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ และการออกแบบของมัลติลิ้งค์) แต่ข้อเสียของมัลติลิ้งค์ คือ ราคาที่แพง และยังต้องใช้พื้นที่ว่างเยอะกว่าช่วงล่างแบบอื่น ทำให้ส่วนใหญ่มักอยู่ในรถขนาดกลางไปถึงใหญ่มากกว่า

อายุการใช้งานของช่วงล่าง
อายุการใช้งานของช่วงล่างนั้นขึ้นอยู่กับภาวะการใช้งานของแต่ละคันครับ คันไหนที่ผ่านความสมบุกสมบันมามาก ก็จะไปไวกว่ารถที่ถูกใช้งานอย่างทะนุถนอมและดูแลรักษาเป็นอย่างดี ซึ่งส่วนล่างที่มักพบว่าได้รับความเสียหาย คือ โช๊คอัพ ลูกหมาก และบุชยาง โดยอย่างหลังนี้มักถูกละเลยจากผู้ใช้เพราะส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าต้องมีการดูแลนั่นเอง

อาการอะไรที่บ่งบอกว่าช่วงล่างรถของคุณกำลังเสื่อมสภาพ
เวลาขับรถแล้วรู้สึกว่าอาการเข้าโค้ง อาการซับแรงกระแทกรถ ทั้งหมดเปลี่ยนไป ให้สันนิษฐานได้เลยว่าช่วงล่างรถของคุณเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพแล้ว หากพบอาการผิดปกติเหล่านี้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลองตรวจสอบสภาพช่วงล่างตัวเองในเบื้องต้นก่อน เช่น ตรวจลูกยาง เช็คร่องรอยการซึมของโช๊ค เป็นต้น

ทั้ง 2 แบบที่กล่าวถึงมานั้น ต้องบอกว่ามีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน แต่ก็ผ่านการออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ว่าจะเป็นระบบคานเหล็ก ที่อาจจะนุ่มนวลน้อยกว่าแต่ก็มีความทนทานกว่าและปัจจุบันมีการออกแบบโช้คและสปริงให้มีความนุ่นหนึบเพื่อให้เหมาะกับคานเหล็กแต่ก็นิ่มนวลกว่าสมัยก่อน ส่วนระบบอิสระนุ่มนวลกว่าก็จริงแต่ราคาค่าตัวเมื่อต้องเปลี่ยนจากการสึกหรอก็ไม่น้อยและบางคนจะรู้สึกได้ว่ามันนิ่มจนรถโยนๆ โคลงๆ แต่ผู้ผลิตก็ปรับแก้จุดนี้ให้ดีและชดเชยการโยนการโคลงแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่การจะเลือกใช้ช่วงล่างแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความต้องการการใช้งานของแต่ละคน